คำสัญญาของเล่มนี้หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่คู่มือพิมพ์คำสั่ง ไม่ขายความกลัว และไม่อวย AI เกินจริง แต่จะพาคุณรู้ทัน AI อย่างเข้าใจจริง ตั้งแต่สิ่งที่มันทำได้และทำไม่ได้ เหตุผลที่คำตอบซึ่งมั่นใจที่สุดอาจไม่จริงที่สุด วิธีตั้งหลักกับข่าวปลอมภาพปลอมเสียงปลอม ไปจนถึงการใช้ AI ให้ทำให้เราเบาขึ้นโดยไม่ตื้นลง และยังเป็นมนุษย์ที่คิดเองได้เสมอ
แนวคิดเรื่อง "ทักษะรู้เท่าทัน AI" ที่เป็นแกนของเล่มนี้ วางอยู่บนกรอบสมรรถนะที่พัฒนาโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรป ชื่อ AI Literacy Framework for Primary and Secondary Education ซึ่งแบ่งการรู้เท่าทัน AI ออกเป็นสี่ด้าน คือการมีปฏิสัมพันธ์กับ AI การสร้างด้วย AI การกำกับดูแล AI และการมีส่วนกำหนดทิศทางของ AI และหากต้องการติดตามข้อมูลเชิงนโยบายและสถิติด้าน AI ระดับนานาชาติ ศูนย์ข้อมูลของ OECD อยู่ที่ OECD.AI Policy Observatory
สำหรับภาพรวมที่เป็นตัวเลขว่า AI พัฒนาไปถึงไหนแล้ว และส่งผลต่อเศรษฐกิจ การทำงาน และความไว้วางใจของสาธารณะอย่างไร รายงานประจำปีที่อ้างอิงกันมากที่สุดคือรายงานของสถาบัน Stanford Institute for Human-Centered AI อ่านฉบับล่าสุดได้ที่ Stanford HAI · AI Index Report
ประเด็นที่ว่าการใช้ AI อาจทำให้เราคิดน้อยลงโดยไม่รู้ตัว มีงานศึกษารองรับอยู่จริง งานสำรวจคนทำงานความรู้ 319 คนโดยทีมวิจัยของ Microsoft Research ร่วมกับ Carnegie Mellon University เผยแพร่ในงานประชุม CHI 2025 ชื่อ The Impact of Generative AI on Critical Thinking พบว่ายิ่งผู้ใช้เชื่อมั่นใน AI มากเท่าไร ยิ่งใช้การคิดเชิงวิพากษ์น้อยลง ขณะที่คนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากกลับคิดวิพากษ์มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานทดลองวัดคลื่นสมองของ MIT Media Lab ชื่อ Your Brain on ChatGPT ที่เสนอแนวคิด "หนี้ทางความคิด" ทั้งนี้ต้องระบุอย่างตรงไปตรงมาว่างานชิ้นหลังนี้เป็นเอกสารเผยแพร่ก่อนการตรวจทานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (preprint) และยังมีข้อถกเถียงทางวิชาการอยู่ จึงควรอ่านในฐานะข้อสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยุติแล้ว
เรื่องที่ AI สร้างข้อมูลที่ฟังดูจริงแต่ไม่จริงขึ้นมาได้ หรือที่เรียกว่า hallucination มีงานปริทัศน์ทางวิชาการที่เป็นมาตรฐานอ้างอิงคือ Survey of Hallucination in Natural Language Generation โดย Ji และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร ACM Computing Surveys
สำหรับผู้ที่อยากตรวจสอบว่าภาพหรือคลิปหนึ่งถูกสร้างหรือแก้ไขมาอย่างไร มาตรฐานเปิดที่อุตสาหกรรมกำลังผลักดันร่วมกันคือ C2PA ซึ่งฝังประวัติที่มาของไฟล์ไว้แบบตรวจสอบได้ และมีหน้าอธิบายสำหรับคนทั่วไปพร้อมเครื่องมือตรวจสอบอยู่ที่ Content Credentials ส่วนกรอบแนวปฏิบัติที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสื่อสังเคราะห์ จัดทำโดย Partnership on AI · Responsible Practices for Synthetic Media
สุดท้าย สำหรับนิสัยการตรวจสอบข้อมูลในชีวิตประจำวัน วิธีที่สอนง่ายและใช้ได้จริงที่สุดวิธีหนึ่งคือ SIFT: The Four Moves ของ Mike Caulfield ซึ่งย่อมาจากหยุดก่อน ตรวจสอบแหล่งที่มา หาแหล่งอื่นที่รายงานเรื่องเดียวกัน และย้อนกลับไปหาต้นเรื่องเดิม ส่วนวิธีดูว่าองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงรายใดน่าเชื่อถือ ให้ดูจาก หลักจรรยาบรรณของ International Fact-Checking Network และสำหรับผู้อ่านชาวไทย แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวลวงแบบร่วมมือกันที่เปิดให้ประชาชนส่งเรื่องเข้าไปช่วยกันตรวจได้จริงคือ Cofact ประเทศไทย